งานนี้เรียกได้ว่า ส่งความปลื้มใจทั่วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นิสิต-นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ และทุกๆคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกภาคภูมิใจมากๆ ที่ได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะในวันนี้ ทำให้รู้สึกว่าเราได้เป็นชาวพุทธอย่างแท้จริง
ถ้าหากมีการทำบุญอย่างนี้ทุกจังหวัด จะทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ผมอยากเชิญชวนพี่น้องทุกคนได้ร่วมทำบุญตักบาตร ให้กับพระภิกษุในจังหวัดของท่านให้มากที่สุด ให้ถึง 500,000รูปตามเป้าหมายที่ โครงการได้ตั้งไว้
ภาพงานในวันนั้น ทำให้ทุกคนที่มา เกิดความรักความสามัคคีกัน หวงแหนในพระพุทธศาสนา เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดังคำขวัญที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้ไว้ว่า “พุทธบุตร และพุทธบริษัทสี่ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว”
พระเดชพระคุณพระเทพคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดสตูล ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวว่า “การจัดตักบาตร พระภิกษุสงฆ์ 1,000รูปนี้ เป็นการส่งเสริมประเพณีของชาวพุทธ เพราะพระจะอยู่ได้ก็ด้วยการรับบิณฑบาตจากญาติโยม เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแด่ผู้ที่พบเห็น”
เมื่อเช้าวันงานมาถึงพร้อมกับฝนที่ตกลงมา เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย แต่ชาวนครชัยศรีซะอย่าง บ่ยั่นอยู่แล้ว ส่วนพระภิกษุสงฆ์เห็นสาธุชนบ่ยั่น ท่านก็บ่ยั่นเหมือนกัน เมื่อคณะพระภิกษุสงฆ์แปรแถวมารับบาตร จึงได้เกิดปรากฏการณ์ตักบาตรท่ามกลางสายฝนขึ้น วินาทีนี้สาธุชนถึงกับน้ำตาไหล
พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ประธานฝ่ายสงฆ์ ท่านเซอร์ไพรส์คนทั้งงานด้วยการประกาศว่า คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี มีมติเห็นชอบขอร่วมบุญถวายปัจจัยคณะสงฆ์ 266วัด 4จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเงิน 2,552,000บาท เสียงสาธุการดังกระหึ่มพร้อมกับน้ำตาเย็นของผู้ที่มาร่วมงาน ต่างก็ปีติใจที่เห็นพุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว
ทางด้าน นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานฝ่ายฆราวาส ท่านปลื้มปีติใจในงานวันนี้เป็นอย่างมาก และท่านยังเชิญชวนให้คนไทยทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนก็ตาม ให้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ และช่วยกันอธิษฐานจิต ให้ปัญหาต่างๆในภาคใต้ยุติลงอย่างรวดเร็ว
กิจกรรมในวันนี้จะเป็นการสื่อสารให้พี่น้อง 4จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รู้ว่า ชาวมีนบุรี และชาวไทยทั้งประเทศไม่ลืมพี่น้องด้วยกัน และหากใครที่ไม่รู้ว่าจะช่วยแก้ปัญหาภาคใต้ได้อย่างไร ก็ให้ทำอย่างนี้ ให้สานต่อโครงการนี้ และช่วยกันฟื้นฟูประเพณีการตักบาตรให้กลับมาอีกครั้ง
ภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2551 บนถนนสายประวัติศาสตร์ ที่เล่าขานกันว่า เป็นเส้นทางที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตีฝ่าวงล้อมเพื่อกอบกู้เอกราช ถนนสายนี้มีชื่อว่า “ถนนนเรศวร” ซึ่งทอดยาวเป็นเส้นตรงไปบรรจบกับ "สะพานเอกาทศรถ" แค่ได้ยินชื่อถนนกับสะพาน ก็ฮึกเหิมอยากจะทำบุญกันแล้ว
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 เวลา 06.00 น. ณ สี่แยกป้อมตำรวจ ตลาดท่าช้าง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ติดต่อเป็นเจ้าภาพได้ที่ ร้านย่งเส็งหลี (ร้านเฮียเปียก) 089-1726955, เจ๊สมทรง 089-5515451